ดูบอลออนไลน์

มวยพักยก

SBOBET

UFABET

poker online

ufa

ufabet

sagame

baccarat

คาสิโนออนไลน์

joker123

คาสิโนออนไลน์

pgslot

บาคาร่า

UFABET

UFABET

slotxo

ดูหนังออนไลน์

มังงะ

ผลบอลสด

บาคาร่า

kardinal stick

บุหรี่ไฟฟ้า

เฟอร์นิเจอร์

ที่นอน

รับทำเสื้อ

รับผลิตอาหารเสริม

ปูนปั้น

aCommerce Group จับมือเป็นพันธมิตรรายแรก

  • 0 Replies
  • 23 Views
aCommerce Group จับมือเป็นพันธมิตรรายแรกกับ Shopify Plus ในไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์

aCommerce ผู้นำด้านการให้บริการและระบบเพื่อธุรกิจอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศความร่วมมือเป็นพันธมิตรรายแรกของ Shopify Plus ในประเทศไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เพื่อให้การสนับสนุนผู้ประกอบการในอาเซียนเพื่อการสร้างธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่มีความน่าเชื่อถือ มีความยืดหยุ่น ดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว และสามารถสร้างมาตรวัดทางธุรกิจได้ โดยจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเชื่อมโยงสู่ผู้บริโภคผ่านช่องทางการจำหน่ายได้โดยตรง ซึ่งรวดเร็วกว่าการอาศัยแพลตฟอร์มเพื่อธุรกิจอื่น ๆ

Shopify Plus คือผู้นำเสนอแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์เทรนด์ในตลาดและคุ้มค่าต่อการลงทุน ช่วยให้แบรนด์ต่าง ๆ สามารถดำเนินกลยุทธ์ธุรกิจค้าปลีกโดยตรงสู่ผู้บริโภค (D2C: Direct-To-Consumer Retail) โดย aCommerce จะใช้ชุดผลิตภัณฑ์ระดับเวิลด์คลาส ความสามารถในการขยายขนาดธุรกิจ และการสนับสนุนของทีมงาน Shopify Plus เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและผู้ประกอบการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งกำลังทวีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในทุกวันนี้

aCommerce ผู้ให้บริการและระบบอีคอมเมิร์ซแบบครบวงจร เชื่อมั่นว่าการจับมือเป็นพันธมิตรกันครั้งนี้จะมอบประสบการณ์ที่ดีกว่าทั้งสำหรับผู้ประกอบการและลูกค้าที่ซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์ โดย aCommerce จะผสานองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญโดยที่ครอบคลุมทางตลาด ความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนา และขีดความสามารถในการบริหารช่องทางการจัดจำหน่าย เข้ากับระบบอัตโนมัติอันทรงประสิทธิภาพ เครื่องมือส่งเสริมการขาย และการเชื่อมต่อเว็บไซต์ผ่าน API จาก Shopify Plus เพื่อมอบสิ่งที่แบรนด์ต่าง ๆ จำเป็นในการเสริมสร้างศักยภาพของช่องทางธุรกิจแบบ D2C

ทอม ศรีวรกุล Group Head Of Business Development at aCommerce กล่าวว่า "เรารู้สึกยินดีที่ได้ร่วมมือเป็นพันธมิตรกับ Shopify Plus ซึ่งเป็นโซลูชันหลักของแบรนด์ในภูมิภาคที่ต้องการขยายช่องทางการจำหน่ายให้ครอบคลุม การใช้แผนธุรกิจ การขายสินค้าแบบปลีกผ่านช่องทางการขายเฉพาะที่เป็นของแบรนด์เอง (Direct To Consumer) จะช่วยให้แบรนด์สามารถควบคุมระดับการมีส่วนร่วมของลูกค้า การจัดโปรแกรมสมนาคุณ การเพิ่มผลกำไรส่วนต่าง และกรรมสิทธิ์ในข้อมูลทั้งหมด โดยลูกค้าของ aCommerce ที่เพิ่มช่องทาง Direct To Consumer ในพื้นที่ขายแบบ Marketplace และ Social Commerce ของแบรนด์ก็จะได้รับประโยชน์จากการมองเห็นการแสดงผลภาพรวมของช่องทางการจำหน่ายทั้งหมดได้ในครั้งเดียว ซึ่งจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพการบริหารสินค้า การตลาด และห่วงโซ่อุปทาน ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด"

"Shopify Plus มอบแพลตฟอร์มอันทรงประสิทธิภาพที่ปรับขยายการดำเนินงานได้ ซึ่งสามารถส่งเสริมธุรกิจทุกประเภท นับตั้งแต่ผู้ประกอบการแบบค้าปลีกผ่านช่องทางการขายเฉพาะที่เป็นของแบรนด์เอง (Direct To Consumer) ไปจนถึงผู้ประกอบการชื่อดังและบริษัทในรายชื่อ Fortune 500 ที่ขายสินค้าแก่ผู้บริโภคโดยตรง" นีล บาตต์ Head of Partnerships, SEA, Shopify Plus กล่าว "เรามั่นใจว่า aCommerce จะสามารถช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการในประเทศไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ให้สามารถใช้ประโยชน์จากเครื่องมือทั้งหมดของ Shopify Plus เพื่อเสริมสร้างการเติบโตทางธุรกิจได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ"